Copyright © 2004-2008 USAinfocenter.net
All rights reserved
246 Times Square Building, Room 423, 4th Floor
Sukhumvit Road (Between Soi 12-14) , Klongtoey
Bangkok 10110 Thailand

Email: info@USAinforcenter.net

   
 
     


การเตรียมพร้อม
ข้อคิดก่อนตัดสินใจไปเรียนต่อสหรัฐอเมริกา ท่านควรพิจารณาอะไรบ้าง?
พิจารณาความพร้อมของตัวเอง
การไปศึกษาต่อต่างประเทศในหลักสูตรใด ๆ ก็ตาม เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะนั่นหมายถึงการลงทุนทั้งเวลาและเงินตราที่ต้องเสียไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญและพิจารณาอย่างถี่ถ้วน โดยดูจากความพร้อมด้านต่าง ๆ ของตัวเราเองเสียก่อน
ความพร้อมทางด้านการเงิน    
      นักเรียน นักศึกษา ควรมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น ในระหว่างที่ศึกษาอยู่ในอเมริกา ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้รวมถึง ค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าอาหาร ฯลฯ ในแต่ละปี ดูเหมือนว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้มีแต่จะสูงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การคาดหวังว่าจะไปทำงานพิเศษเพื่อหารายได้นั้น จำเป็นต้องศึกษาให้รอบคอบว่า กฎหมายอนุญาตให้นักศึกษาทำงานประเภทไหนได้บ้าง ในระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ และถึงแม้ว่าจะได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ก็มิได้หมายความว่าจะหางานพิเศษได้เสมอไป หรือบางครั้งรายได้จากงานพิเศษอาจไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
 พื้นฐานการศึกษา 
      ผลการเรียนนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ที่แต่ละสถาบันจะใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือก บุคคลเข้าศึกษาต่อ ดังนั้นควรพิจารณาดูผลการเรียนของตนเองว่าสามารถสมัครเรียนต่อในสถาบันใดได้บ้าง โดยทั่วไปนักศึกษาควรมีผลการเรียนระดับมัธยมปลายเฉลี่ยอย่างน้อย 2.00 เพี่อสมัครเข้าเรียนปริญญาตรี และ 2.50 – 3.00 สำหรับสมัครเข้าเรียนปริญญาโท
 ความพร้อมทางด้านสุขภาพ
      การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่เข้มแข็ง จะมีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จในการศึกษาเนื่องจากสภาพแวดล้อม อากาศ การกินอยู่ ฯลฯ ที่แตกต่างไปจากเดิม ตลอดจนค่ารักษาพยาบาลที่แพงมาก ดังนั้นควรเตรียมพร้อมและบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ
 ความพร้อมทางด้านภาษา

      นักศึกษาจำเป็นต้องมีความรู้เพียงพอในทุก ๆ ด้าน คือ พูด ฟัง อ่าน และเขียน ซึ่งการสอบ TOEFL นั้นเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการสมัครเข้าศึกษาต่อในอเมริกา
พิจารณาและศึกษาถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้
หากคุณมุ่งหวังที่จะไปเรียนต่อสหรํฐอเมริกา คุณเคยถามตัวเองบ้างไหมว่าจะต้องไปเผชิญกับปัญหาอะไรบ้าง อากาศ? อาหาร? เพื่อนใหม่? การสื่อสาร? โดยรวมแล้วหากคุณมีโอกาสพูดคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์ในการศึกษาต่อสหรัฐอเมริกา จะพบปัญหาหลัก ๆ ดังนี้
ปัญหาในการปรับตัว เมื่อคุณเข้าไปอยู่ในประเทศใหม่ คุณจะได้พบกับสิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม การใช้ชีวิต หรือเพื่อนใหม่และบ่อยครั้งที่คุณคิดถึงบ้าน ในก้าวแรกคุณจะรู้สึกแตกต่างไปหมด ควรพยายามเอาชนะความรู้สึกแบบนี้ให้ได้โดยการสนุกกับสิ่งใหม่ ๆ ที่ได้พบ และ สร้างมิตรภาพที่ดีกับเพื่อนใหม่และคนรอบข้าง
ปัญหาด้านภาษา จากประสบการณ์ที่ผ่านมา นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่มักมีปัญหาทางด้านภาษา เช่น ไม่คุ้นเคยในสำเนียง ศัพท์สแลง ไม่มั่นใจในการสื่อสาร บางครั้งเข้าใจแต่ไม่ทราบว่าจะอธิบายอย่างไร อีกทั้งการ เขียนบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ หรือไม่สามารถจับใจความได้ทัน ฯลฯ
ปัญหาการเรียน หลายคนไม่ได้คิดถึงปัญหาข้อนี้ ปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับการเรียนการสอนแบบอเมริกัน ที่ไม่ใช่การรับฟังข้อมูลจากอาจารย์แต่เพียงอย่างเดียว หรือเพียงแต่ท่องตำราเท่านั้น แต่เป็นการเรียนที่ต้องมีการโต้ตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณอาจต้องเขียนรายงาน ต้องวิเคราะห์มีการตั้งคำถาม คุณอาจต้องไปบรรยายหรือเสนอรายงานต่อที่ประชุม และบ่อยครั้งที่นักศึกษามีปัญหาในการจดเลคเชอร์ เพราะไม่รู้จักการจดโน๊ตที่ถูกต้อง จึงไม่สามารถที่จะฟัง จำและจดในเวลาเดียวกันได้ อย่าพยายามทำตนเป็นเครื่องบันทึกที่จดทุกอย่างที่ขวางหน้า โดยไม่เข้าใจถึงเนื้อหา ควรฝึกตนเองให้เป็นนักอ่านที่มี เพราะจะมีส่วนช่วยในการเตรียมความพร้อมในการเรียน
 พิจารณาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว การศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ หรือคุยกับเจ้าหน้าที่แนะแนวเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อการเลือกสถาบันที่เหมาะสมกับตัวคุณ อย่าเลือกตามเพื่อน เพราะนั่นอาจไม่เหมาะกับตัวคุณ และควรระลึกอยู่เสมอว่านี่คือส่วนสำคัญช่วงหนึ่งในชีวิตของคุณ คุณควรเริ่มพิจารณาที่ตัวคุณเอง สำรวจความสนใจของตัวเองว่าจริง ๆ แล้วต้องการเรียนอะไร เนื่องจากเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องที่มีข้อมูลมาก และเป็นไปไม่ได้ที่จะครอบคลุมในทุก ๆ เรื่องในเวลานี้ จึงขอแนะนำให้คุณลองไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่แนะแนว
การสมัครเข้าศึกษาต่อยังสถาบันในสหรัฐอเมริกา
ผู้ที่สนใจไปเรียนต่อยังประเทศสหรัฐอเมริกาควรมีการเตรียมตัวล่วงหน้าประมาณ 1 ปี เพราะการติดต่อสถานศึกษา การสอบต่าง ๆ เช่น TOEFL, GMAT อีกทั้งการส่งเอกสาร และการพิจารณาใบสมัคร ต้องใช้เวลามาก ส่วนการติดต่อสถาบันนั้นผู้สมัครสามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองโดยการสมัคร Online หรือ ติดต่อ Office of Admission ของสถาบันนั้น ๆ ข้อสำคัญการสมัครจะไม่ได้รับการพิจารณา ถ้าทางสถาบันไม่ได้รับเงินค่าธรรมเนียมการ สมัคร
 เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครเรียน 
แบบฟอร์มใบสมัครที่กรอกเรียบร้อยแล้ว
ค่าธรรมเนียมการสมัคร (Application Fee) ซึ่งค่าสมัครนี้จะไม่มีการคืน ไม่ว่าจะรับหรือไม่รับนักศึกษาเข้าเรียนต่อก็ตาม
ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) ฉบับจริง
สถานศึกษามักต้องการผลสอบ TOEFL, GRE หรือ GMAT สำหรับผู้สมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท หรือ เอก ผลสอบเหล่านี้ต้องขอให้ศูนย์สอบ เช่น Education Testing Service (ETS) ส่งผลไปยังสถานศึกษาโดยตรง ซึ่งการรายงานผลสอบที่ส่งจากศูนย์สอบไปยังสถานศึกษานี้เรียกว่า Official Score Report
จดหมายรับรองฐานะทางการเงิน (Financial Statement) ของผู้ปกครองจากสถาบันการเงินที่ผู้ปกครองเป็นลูกค้าอยู่ ในกรณีที่เป็นนักเรียนทุน ควรมีจดหมายรับรองการได้รับทุนแนบไปด้วย
จดหมายรับรอง (Letter of Recommendation) 2-3 ฉบับจากอาจารย์ผู้สอนหรือผู้บังคับบัญชา
บทเรียงความประวัติส่วนตัวและจุดประสงค์ในการศึกษาต่อ หรืออาจเป็นหัวข้ออื่น ๆ แล้วแต่สถานศึกษากำหนด
 เอกสารเหล่านี้ ต้องส่งทางไปรษณีย์อากาศให้ถึงสถาบันก่อนวันปิดรับสมัคร ทางสถาบันจะพิจารณาจากหลักฐานที่ส่ง ไป หากผ่านการพิจารณาก็จะส่งจดหมายตอบรับเข้าเรียน และหลายสถาบันมักให้นักศึกษาตอบยืนยันการตัดสินใจอีก ครั้ง ว่าจะไปเรียน ณ สถาบันดังกล่าว จึงจะส่งใบตอบรับอย่างเป็นทางการที่เรียกว่า I-20 Form มาให้ เพื่อให้นักศึกษา นำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอวีซ่านักเรียน สถาบันหลายแห่งอาจแนบรายละเอียดการลงทะเบียนเรียนมาให้ด้วย
 ที่พักอาศัย
การติดต่อหาที่พัก เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นักศึกษา ควรเตรียมการไว้ก่อนให้เรียบร้อย โดยทั่วไปจะมีที่พักทั้งในสถาน ศึกษา และนอกสถานศึกษา

 ที่พักในสถาบันการศึกษา


หอพัก (Dormitory หรือ Residence Hall)
  
สำหรับนักศึกษาที่เป็นโสดหรือ ไม่ได้นำครอบครัวไปด้วย และอาจ แยกออกเป็นหอพักหญิง หอพักชาย หรือหอพักรวม (โดยแยกนักศึกษาชาย-หญิง ออกเป็นคนละห้องหรือคนละชั้น) มีทั้ง ห้องเดี่ยว ห้องคู่ หรือห้องรวม 4 คน มีห้องน้ำในห้อง หรือ ห้องน้ำรวม บางแห่ง อาจมีห้องครัวสำหรับทำอาหารให้ด้วย ทั้งนี้แล้วแต่การจัดของสถาบันแต่ละแห่ง
Married Housing
  
เป็นหอพักสำหรับนักศึกษาที่แต่งงานแล้ว และนำครอบครัวไปด้วย
 Apartment
 
บางสถาบันอาจจัดที่พักประเภท นี้ไว้ให้นักศึกษาอยู่เหมือน Apartment ของเอกชน มักเก็บค่าเช่าแพง กว่าสองแบบที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
ที่พักนอกสถาบันการศึกษา
  
ส่วนใหญ่เป็นที่พักของเอกชน หรือบ้านเช่าต่าง ๆ ซึ่งนักศึกษาสามารถติดต่อหรือขอคำปรึกษาได้จาก เจ้าหน้าที่ Housing Office หรือ International Student Advisor ของสถาบัน ว่าจะเลือกที่ไหนดี อีกทั้งก่อนมีการเซ็นสัญญาเข้าพัก นักศึกษาควรแวะไปดูสถานที่ก่อน และอ่านสัญญาเช่าที่พักให้ละเอียดรอบคอบ เพราะสัญญาเช่าที่พักนั้นต้องทำเป็นลาย ลักษณ์อักษร และต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากผิดสัญญาอาจถูกฟ้องร้องได้
Apartment
  
มีหลายระดับ หลายราคา ขึ้นอยู่กับสภาพและที่ตั้ง ของ Apartment โดยทั่วไปใน Apartment 1 ห้องชุด จะประกอบด้วยห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำ นักศึกษาสามารถพักรวมกันได้ 2-3 คน เพื่อเฉลี่ยค่าเช่าได้
 Rooming House
 
คือห้องเช่า ส่วนมากมีลักษณะเป็นบ้าน มีหลายห้อง เจ้าของบ้านเป็นผู้กำหนดระเบียบการเช่า การใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ แต่บางแห่งอาจมีแต่ผู้เช่าล้วน ๆ ไม่มีเจ้าของบ้านพักอยู่ด้วย
Homestay
  
ปัจจุบันการหาที่พักแบบนี้ค่อนข้างยาก หากมีก็มักจะอยู่ในลักษณะเหมือน Rooming House คือเสียเงินค่าเช่าตามที่ตกลงกัน
ในกรณีที่นักศึกษาเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาโดยไม่ได้จองที่พักใด ๆ ไว้เลย หรือหอพักยังไม่เปิด อาจพักที่โรงแรม ก่อนชั่วคราว หรือพักตามที่สถาบันได้จัดเตรียมไว้ให้
ที่พักแบบชั่วคราว อื่น ๆ (Temporary Accommodation)
  
นักศึกษาสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hiayh.org หรือ ที่พักแบบ Bed and Breakfast หาข้อมูลได้จาก http://www.bbonline.com
เรื่อง อื่น ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม
เนื่องจากการรักษาโรคตาและฟัน ไม่รวมอยู่ในแผนการประกันสุขภาพเบื้องต้น ดังนั้นอย่าลืมตรวจรักษาให้เรียบร้อย และอาจเตรียมแว่นตาหรือ คอนแทคเลนส์สำรองไปด้วย หรือนำสำเนาใบสั่งทำแว่นติดตัวไปด้วย เพราะค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐอเมริกานั้นแพงมาก
นอกจากนี้ก่อนการเดินทาง นักศึกษาอย่าลืมศึกษาเส้นทางการเดินทาง อีกทั้ง การจองตั๋วเครื่องบิน ให้เรียบร้อย เพราะบางเดือน โดยเฉพาะเดือนสิงหาคม เป็นเวลาที่มีผู้โดยสารเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกากันมาก อาจทำให้ไม่ได้ ตั๋วเครื่องบิน และไปไม่ทันวันเปิดเรียนได้ - และอีกเรื่องหนึ่งคือนักศึกษาอย่าลืมแลกเงิน ดอลล่าร์ติดตัวไปด้วย
References: Thai Guide to International Education, International Education Promotions