 |
ระบบการศึกษา |
 |
ระบบการศึกษาของอเมริกาแต่ละรัฐจะเป็นผู้ควบคุมคุณภาพการเรียนการสอน
และมีรูปแบบการบริหารของตนเอง โดยจะไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลกลาง
ทุกรัฐจะมีหน่วยงานการศึกษาที่คล้ายกับกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นผู้ควบคุมและกำหนดมาตรฐานต่าง ๆ การศึกษาภาคบังคับของนักเรียนอเมริกันจะฟรี
จนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย (Grade 12)
สำหรับนักเรียนไทยที่ประสงค์จะไปเรียนในระดับประถมและมัธยมศึกษาที่อเมริกา
จะเข้าเรียนได้เฉพาะโรงเรียนที่เป็นเอกชน (Private Sschool) เท่านั้น
เนื่องจากทางสถานทูตจะไม่ออกวีซ่าให้กับนักเรียนที่ได้ I-20 จากโรงเรียนรัฐบาล
(ยกเว้นนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน) |
|
การเรียนในระดับอุดมศึกษาของชาวอเมริกันจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างออกไป คือ
หากนักเรียนที่มีถิ่นฐานอยู่ในรัฐหนึ่ง แต่จะศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐอื่น
จะเสียค่าเล่าเรียนที่แพงขึ้น เรียกว่า Out of States Tuition
และสำหรับนักเรียนต่างชาติจะเสียค่าเล่าเรียนที่แพงมากขึ้นไปอีก |
|
|
 |
โรงเรียนอนุบาล
(Kindergarten) |
|
ชีวิตการเรียนของเด็กอเมริกันเริ่มต้นด้วยโรงเรียนเตรียมอนุบาล หรือโรงเรียนอนุบาล
ตั้งแต่อายุประมาณ 3 ขวบ เด็กอเมริกันจะเริ่มต้นเข้าเรียนอย่างจริงจังเมื่ออายุ 6
ขวบบริบูรณ์ โดยระดับประถมศึกษาจะเริ่มตั้งแต่ Grade 1 – 6
ซึ่งเทียบกับระบบการศึกษาของประเทศไทย คือประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 |
 |
|
|
|
|
|
|
 |
โรงเรียนมัธยมศึกษา
(Junior High School/High School) |
| ระดับมัธยมศึกษาจะเริ่มใน Grade 7 – 8
ซึ่งเรียกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (Junior High School) และ Grade 9 –12
เป็นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (High School)
นักเรียนในระดับนี้จะต้องเรียนวิชาพื้นฐานคือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
สังคมศึกษา และอาจต้องเรียนภาษาต่างชาติ หรือพลศึกษาด้วย |
|
 |
ระดับอุดมศึกษา
(Higher Education) |
| สถาบันระดับอุดมศึกษาในสหรัฐอเมริกามีมากกว่า 3,000 แห่ง
ทั้งของรัฐและเอกชน โดยสถาบันในระดับอุดมศึกษา จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ |
| 1. วิทยาลัยแบบ 2 ปี หรือวิทยาลัยชุมชน (Junior Colleges และ
Community Colleges) |
| นักศึกษาที่เรียนใน วิทยาลัย Junior Colleges หรือ Community
Colleges สามารถ เลือกเรียนได้ใน 2 หลักสูตร คือ |
| Transfer Track เป็นหลักสูตรที่เรียนวิชาพื้นฐาน 2 ปี
แรกของการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยนักศึกษาจะลงเรียนรายวิชาบังคับ (General
Education Requirements) เป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้น นักศึกษาสามารถโอนหน่วยกิต
(Transfer) ไปมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อศึกษาต่อในระดับปีที่ 3
โดยที่เกรดเฉลี่ยที่นักศึกษาทำได้ในระหว่าง 2 ปีนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่า
นักศึกษาจะได้รับการตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยที่อยู่ในอันดับที่ยากหรือง่ายเพียงใด |
| Terminal/Vocational Track เป็นหลักสูตรอนุปริญญาสายวิชาชีพ
หลังจาก 2 ปีแล้ว นักศึกษาจะได้รับวุฒิอนุปริญญา (Associate Degree)
ทางสาขาวิชาที่เลือก เช่น คอมพิวเตอร์ เลขานุการ เขียนแบบ เป็นต้น |
| 2. วิทยาลัย (Colleges) |
| เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษา หลักสูตร 4 ปี เปิดสอนในสาขาวิชาต่างๆ
วิทยาลัยหลายแห่ง เปิดสอนถึงระดับปริญญาโท วุฒิบัตรระดับปริญญาตรีและโทจาก College
ทั้งของรัฐและเอกชนในสหรัฐฯ มีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่า University ทุกประการ |
| 3. มหาวิทยาลัย (University) |
| เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาที่เปิดสอนระดับปริญญาตรีขึ้นไป
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ จะเปิดสอนจนถึงระดับปริญญาโทและเอกในสาขาต่างๆ |
| 4. สถาบันเทคโนโลยี (Institute of Technology) |
| เป็นสถาบันที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรี
และอาจเปิดสอนจนถึงระดับปริญญาโทและเอก สถาบันเทคโนโลยีส่วนใหญ่
จะมุ่งเน้นที่การสอนในสาขาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี |
|
 |
ปีการศึกษา |
| ปีการศึกษาในสหรัฐอเมริกา (Academic year)
จะเริ่มประมาณเดือนกันยายน ถึง พฤษภาคม ระยะเวลาประมาณ 9 - 10 เดือน
การกำหนดภาคการศึกษาจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความต้องการของสถานศึกษา
และความนิยมของท้องถิ่นนั้น ๆ |
|
 |
ระบบ
Semester |
| เป็นระบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดในระยะเวลาหนึ่งปีจะประกอบด้วย
2 semester และ 1 - 2 summer sessions แต่ละ semester ยาวประมาณ 15-16
สัปดาห์ดังนี้ |
| Fall Semester |
เปิดประมาณ ปลายเดือน สิงหาคม - ธันวาคม |
| Spring Semester |
เปิดประมาณ กลางเดือน มกราคม - พฤษภาคม |
| Summer Semester |
เปิดประมาณ กลางเดือน พฤษภาคม - สิงหาคม |
|
|
 |
ระบบ
Quarter |
| ในหนึ่งปีแบ่งออกเป็น 4 Quarters โดยแต่ละ Quarter นานประมาณ 10
สัปดาห์ ดังนี้ |
| Fall Quarter |
เปิดประมาณ กลางกันยายน - ธันวาคม |
| Winter Quarter |
เปิดประมาณ มกราคม - กลางมีนาคม |
| Spring Quarter |
เปิดประมาณ เมษายน - กลางมิถุนายน |
| Summer Quarter |
เปิดประมาณ กรกฎาคม - สิงหาคม |
|
|
 |
ระบบ
Trimester |
| ใน 1 ปี แบ่งเป็น 3 เทอม ๆ ละ ประมาณ 3 เดือน |
| First Trimester |
เปิดประมาณ กันยายน - ธันวาคม |
| Second Trimester |
เปิดประมาณ มกราคม - เมษายน |
| Third Trimester |
เปิดประมาณ พฤษภาคม - สิงหาคม |
|
|
 |
ระบบ
4-1-4 |
| เป็นระบบใหม่ที่ใช้ในสถานศึกษาราว 8 % ในสหรัฐอเมริกา
แบ่งปีการศึกษาออกเป็น 2 ภาคใหญ่ คั่นด้วยภาคเรียนสั้น ๆ ที่เรียนกว่า Interim
เพื่อให้นักศึกษาไปทำการค้นคว้าด้วยตนเองหรืออก Field Trip แบ่งภาคเรียน ดังนี้ |
| Fall Semester |
เปิดประมาณ กันยายน - ธันวาคม |
| Interim |
เปิดประมาณ เดือน มกราคม (1 เดือน) |
| Spring Semester |
เปิดประมาณ กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม |
|
|
 |
ค่าใช้จ่ายในการศึกษาหลักสูตรต่าง
ๆ (โดยเฉลี่ยต่อปี) |
| หลักสูตร |
ค่าเล่าเรียนโดยเฉลี่ย(US$) |
| ภาษาอังกฤษ |
US$ 5,000 – US$ 14,000 |
| มัธยมศึกษา |
US$ 9,000 – US$ 20,000 |
| อาขีวศึกษา |
US$ 5,600 – US$ 8,000 |
| ปริญญาตรี |
| สาขาธุรกิจ |
US$ 6,400 – US$ 10,400 |
| สาขาศิลปศาสตร์ |
US$ 6,400 – US$ 9,600 |
| สาขาวิทยาศาสตร์/วิศวกรรม |
US$ 5,700 – US$ 12,000 |
| ปริญญาโท |
|
| สาขาศิลปศาสตร์· |
US$ 8,000 – US$ 14,400 |
| สาขาธุรกิจ (MBA) |
US$ 8,000 – US$ 24,000 |
| สาขาวิทยาศาตร์/วิศวกรรม |
US$ 8,000 – US$ 14,400 |
| ปริญญาเอก |
US$ 9,600 – US$ 16,000 |
|
|
|
 |
ตารางตารางระบบการศึกษาในสหรัฐอเมริกา |
|